การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

  • เป็นเวลากว่า 7 ปีครึ่งแล้ว ที่ผมอยู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ในช่วงเวลานี้ ผมได้ถ่ายรูปไปกว่า 700 รูป ในจำนวนนี้มี 240 รูปที่ถ่ายจากงานแต่งงานและพรีเวดดิ้ง ผมได้รับคำรีวิวที่ดีจากลูกค้าเกินกว่า 200 รีวิว และยังถูกรีวิวบน Google และ Facebook กว่า 120 ครั้งอีกด้วย
  • ช่องทางติดต่อและสอบถามข้อมูลแพ็กเกจเพิ่มเติม
    ตรวจสอบคิวว่าง
    ไม่ซื้อไม่เป็นไร
    เช็คราคา

อะไรคือการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง?

เมื่อคู่รักทำการถ่ายภาพหลังจากหมั้นกันแล้ว แต่เป็นช่วงก่อนพิธีแต่งงาน ในอเมริกาและยุโรปเราเรียกขั้นตอนนี้ว่า “engagement shooting” หรือ “การถ่ายภาพหมั้น” ในขณะที่ทางเอเชียเรียกมันว่า “พรีเวดดิ้ง” มุมมองที่มีต่อการถ่ายภาพในลักษณะนี้ล้วนต่างออกไปในแต่ละคน ผมเข้าใจในจุดนี้ดี จริงอยู่ที่มันเป็นการเสียทั้งเงินและเวลา แต่ผมก็อยากให้คุณเข้าใจว่า ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คุณต้องการมันหรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาต่างหาก

ทำไมเราจะต้องถ่ายภาพหมั้นด้วย?

อย่างแรกเลยคือคุณจะได้ทำความรู้จักกับช่างภาพของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าช่างภาพคนนั้นคือคนที่คุณคิดจะจ้างในพิธีแต่งงานจริง คุณจะได้เข้าใจสไตล์การทำงานของเขา ว่ามันตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่ การถ่ายภาพหมั้นส่วนมาก มักจะมีบรรยากาศที่คล้ายๆวันจริง แม้ว่าคุณจะอยู่ในชุดไปรเวทก็ตาม ความพิเศษของการถ่ายภาพในลักษณะนี้ คือมันเป็นภาพที่ถ่ายในช่วงที่ความสัมพันธ์ของพวกคุณอยู่บนจุดสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคู่ของคุณเพิ่งจะสารภาพรักต่อกันมาไม่นาน มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะเก็บบรรยากาศแห่งความรักนี้ไว้

การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเป็นการแสดงออกถึงความเป็นอิสระและความคิดสร้างสรรค์

ขอย้อนกลับไปพูดถึงการที่ทางฝั่งเอเชียเรียกการถ่ายภาพลักษณะนี้ว่าพรีเวดดิ้ง ความแตกต่างมันไม่ได้อยู่ที่ชื่อเท่านั้น พรีเวดดิ้งมักจะถูกถ่ายตอนที่คุณอยู่ในชุดแต่งงาน ซึ่งมันเปิดโอกาสให้คุณได้ลองสไตล์ใหม่ๆที่เหมาะสมกับตัวคุณ ผมเคยเห็นชุดแต่งงานท้ังสีดำหรือแม้แต่สีรุ้ง แน่นอนว่าสีแดง สีเหลือง และสีม่วงก็ไม่ใช่สีที่หายากไปซะทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว ขั้นตอนนี้ยังเปิดโอกาสให้คุณได้ถ่ายรูปในแบบสากลยิ่งขึ้น หากพื้นฐานความสัมพันธ์ของพวกคุณคือความสบายๆและเป็นกันเอง ชุดแต่งงานจะช่วยเสริมความสง่างามและความหรูหราให้กับคุณ

ชุดที่ใช้ถ่าย

ในช่วงพรีเวดดิ้งคุณสามารถเลือกใส่ชุดแต่งงานที่มีหางปลาลากยาวถึง 3 เมตรได้ และคุณยังสามารถใส่มันไปปีนต้นไม้หรือก้อนหินใหญ่ๆ หรือกระทั่งใส่ไปว่ายน้ำได้อีกด้วย อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้แนะนำให้คุณถ่ายภาพบ้าๆในชุดเจ้าสาว แต่จะบอกให้คุณลองคิดนอกกรอบเพื่อหาภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบของคุณต่างหาก

ทางเลือกหนึ่งของการถ่ายพรีเวดดิ้ง คือการเลือกใส่ชุดพื้นเมืองของแต่ละประเทศ เช่น การเลือกใส่ชุดไทยเป็นสื่งที่เห็นได้บ่อยในพรีเวดดิ้งบนเกาะสมุย ซึ่งตัวเลือกนี้ก็เป็นสิ่งสะท้อนอย่างหนึ่งของตัวตนของคุณ

จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างในการถ่ายพรีเวดดิ้ง หรือการถ่ายภาพหมั้น

มันอาจจะฟังดูเหมือนเรื่องง่ายๆที่ไม่ต้องเตรียมการอะไรมาก แต่หากลองมาคิดดูแล้ว มันมีเรื่องที่ซับซ้อน รายละเอียดยิบย่อยต่างๆมากมายทีเดียว ดังเช่นตัวอย่างที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้

สิ่งที่ควรทำในการถ่ายพรีเวดดิ้ง

1. หาช่างภาพ

ไม่ว่าช่างภาพคนนั้นจะมีความสามารถในระดับไหน คุณก็ควรจะคิดถึงสิ่งนี้เป็นอันดับแรก เพราะเขาคนนี้จะเป็นผู้ช่วยของคุณในการวางแผนและแก้ปัญหาต่างๆ ในการเลือกช่างภาพนั้น มี 2 สิ่งที่คุณควรจะให้ความสำคัญที่สุด คือพอร์ตโฟลิโอของเขา และความเข้ากันได้ระหว่างเขากับคุณ แน่นอนว่าราคาจ้างก็สำคัญไม่น้อย

2. คิดให้ดีและเตรียมไอเดียของคุณไว้

แน่นอนว่าถ้าคุณจ้างช่างภาพมืออาชีพ เขาจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจให้คุณมากทีเดียว แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นมืออาชีพขนาดไหน เขาก็ไม่อาจมองโลกในมุมเดียวกับคุณ และไม่อาจรู้ได้ว่าคุณชื่นชอบภาพในลักษณะใด นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้จักคุณ ไม่ว่าพวกคุณจะสนิทกันมากเพียงใดระหว่างเตรียมงาน คนที่รู้จักคุณดีที่สุดก็คือตัวคุณเองและคนรักของคุณ มีแต่พวกคุณเท่านั้นที่รู้ว่าคุณชอบมุกตลกแบบไหน ชอบทำอะไรเป็นงานอดิเรก ชอบในจุดใดของคนรักของคุณ มันคือสิ่งเหล่านี้เองที่จะช่วยให้ภาพของคุณมีเอกลักษณ์

3. พบปะกับช่างภาพของคุณ

ถูกแล้ว การพบหน้ากันจะช่วยให้พวกคุณเข้าใจกันได้มากกว่าไม่กี่ชั่วโมงที่คุยกันผ่านแมสเซนเจอร์และอีเมล์ แม้จะพบกันตัวต่อตัวไม่ได้ คุณก็สามารถไลฟ์คุยกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้

4. เลือกเวลาถ่ายให้ดี

มีข้อมูลกระจายอยู่ทั่วอินเทอร์เน็ตว่าเวลาถ่ายรูปที่ดีคือช่วงพระอาทิตย์ตก ซึ่งผมเองก็เห็นด้วย แต่เพียงบางส่วนเท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่าเกาะสมุยตั้งอยู่บนแถบเส้นศูนย์สูตร ทำให้ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินมีสั้นมาก หมายความว่าคุณมีเวลาเพียง 10-20 นาทีเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง และมีอีกหนึ่งเหตุผล คือการถ่ายน้ำทะเลให้เป็นสีครามนั้น จำเป็นต้องถ่ายในช่วงที่พระอาทิตย์อยู่สูงเท่านั้น มิเช่นนั้นแสงอาทิตย์จะสะท้อนกับผิวน้ำ ทำให้น้ำกลายเป็นสีเทา ซึ่งเวลาที่เหมาะสมกับการถ่ายรูปอยู่ในช่วง 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 โมง ฉะนั้นหากคุณรู้ว่าคุณต้องการเอฟเฟ็กต์ลักษณะใด คุณก็ควรบอกช่างภาพของคุณไว้แต่เนิ่นๆ

5. อย่าลืมเคล็ดลับง่ายๆที่จะทำให้คุณดูเพอร์เฟกต์

และผมไม่ได้พูดถึงแค่การแต่งหน้าทำผมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอาหารการกินและเวลานอนของคุณด้วย การออกไปดื่มกับเพื่อนในคืนก่อนถ่าย จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของคุณ เข้านอนให้ตรงเวลา เลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ แต่ไม่ควรงดดื่มน้ำไปเลย เพราะการขาดน้ำจะทำให้ผิวหน้าของคุณแห้ง

6. ขอให้โชคดี

ถ้าคุณได้ช่างภาพที่ดีก็ไม่มีอะไรต้องกังวล คุณจะสนุกไปกับมันแม้ว่าคุณจะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็ตาม ในขณะเดียวกันคุณก็จะได้เที่ยวในที่ๆแม้แต่ไกด์ก็ไม่เคยพาคุณไป นั่นเป็นเพราะช่างภาพล้วนรู้จักสถานที่ที่สวยงามและเหมาะสมกับคุณที่สุดนั่นเอง

from cache
Time: 38.15508